1.71K
คนดูทั้งหมด
กวีแห่งเวลา
Update : Jun 26, 2017

The Lustre of Great Inspiration 

At The Poetry of Time™ Exhibition 

หลายครั้งที่จินตนาการได้ถูกบรรจงแปรเปลี่ยนกลายเป็นเรื่องราวแห่งความงดงามที่สัมผัสได้ ครั้งนี้ก็เช่นกันกับเหล่าผลงานรังสรรค์ดั่งบทกวีของ แวน คลีฟ แอนด์ อารเปลส์ (Van Cleef & Arpels) ที่ล้วนซ่อนไว้ซึ่งที่มาแห่งเรื่องราวเหมือนฝัน แต่กลับกลายเป็นจริงได้ด้วยฝีมือและงานหัตถศิลป์ที่หลอมรวมเป็นหนึ่งกับประเพณีการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง และเมื่อไม่นานมานี้เอง ผลงานเหล่านี้ยังได้ร่วมออกเดินทางเพื่อถ่ายทอดถึงจินตนาการแห่งการสร้างสรรค์ภายในนิทรรศการที่มีชื่อว่า เดอะ โพเอทรี ออฟ ไทม์ ( The Poetry of Time™) ซึ่งเราเองก็ได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมนิทรรศการครั้งนี้อย่างใกล้ชิด ION Orchard ประเทศสิงคโปร์ด้วยเช่นกัน

 

Time is Poetry

หากคุ้นเคยกันดีกับแนวคิดการสร้างสรรค์ผลงาน ทั้งเครื่องบอกเวลาและเครื่องประดับอัญมณีของ แวน คลีฟ แอนด์ อารเปลส์ คุณย่อมรู้ดีว่าผลงานของเมซง (Maison) แห่งนี้ล้วนเสกสรรขึ้นจากสองหัวใจหลัก นั่นคือ หัตถศิลป์และจินตนาการ ที่หล่อหลอมเข้าด้วยกันได้อย่างสมดุลกลมกลืน ด้วยปรัชญาแห่งการสร้างสรรค์ความสวยงามที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และผสานด้วยเรื่องราวที่เปี่ยมไปด้วยความหมายเชิงสัญลักษณ์ อาทิ เครื่องรางนำโชค พลังจากธรรมชาติ รวมไปถึงแรงบันดาลใจที่ได้มาจากสิ่งรอบตัว ทั้งเรื่องราวแห่งชีวิต ดาราศาสตร์ แฟชั่น และที่สำคัญคือ ความรักและบทกวี ผลงานแต่ละชิ้นในคอลเลกชั่นเครื่องประดับอัญมณี และแม้แต่เรือนเวลาของ แวน คลีฟ แอนด์ อารเปลส์ จึงเป็นดั่งประดิษฐกรรมแห่งศิลปะที่ร้อยเรียงเชิงกวีศิลป์เข้ากับเรื่องราวของชีวิตได้อย่างกลมกล่อมและงดงามเสมอ 

นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1906 แวน คลีฟ แอนด์ อารเปลส์ ได้สร้างมิติใหม่อันโดดเด่นให้กับโลกของการรังสรรค์เครื่องประดับอัญมณี เช่นเดียวกับเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง โดยประยุกต์ใช้ซึ่งจินตนาการและเทคนิคเชิงกวีศิลป์ เพื่อตีความธรรมชาติและชีวิตไปสู่อีกหนึ่งพรมแดนของการสร้างสรรค์เรือนเวลาอันโดดเด่นและแตกต่าง ผลงานภายใต้ชื่อของ แวน คลีฟ แอนด์ อารเปลส์ จึงมักเป็นที่กล่าวขานในแง่ของเอกลักษณ์แห่งความงดงามและเหนือจินตนาการ ทั้งในหมู่นักสะสมงานศิลปะและผู้ซึ่งหลงใหลในจักรกลเรือนเวลาชั้นสูง

นอกเหนือจากความงดงามของรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว วิถีการสร้างสรรค์เรือนเวลาจักรกลของเมซงก็ยังคงยึดมั่นอยู่บนมาตรฐานของการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง แม้ว่าจะมีการปรับรูปลักษณ์และรูปแบบของจักรกลซึ่งพัฒนาขึ้นใหม่และแตกต่างไปจากทั่วไป นั่นเพราะ แวน คลีฟ แอนด์ อารเปลส์ เองไม่ได้ต้องการเพียงประดิษฐกรรมสร้างชื่อจากรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ความโดดเด่นของผลงานเหล่านี้ยังต้องรวมไปถึงคุณภาพ งานฝีมือ และความไว้วางใจเชื่อถือได้ในฐานะเครื่องบอกเวลาเช่นกัน ทุกๆ มิติของการประดิษฐ์ผลงานจึงต้องอาศัยซึ่งทักษะ ความเชี่ยวชาญ และแรงบันดาลใจของทั้งทีมช่างฝีมือและช่างนาฬิกาแห่งเมซง ด้วยเป้าหมายเดียวกันคือการรังสรรค์ประดิษฐกรรมอันเปี่ยมด้วยเรื่องราว คุณภาพและความวิจิตรงดงามเมื่ออยู่คู่เคียงกับผู้ที่หลงใหลในผลงานเหล่านี้อย่างแท้จริง

เพื่อถ่ายทอดปรัชญาและเทคนิคงานฝีมือเชิงกวีศิลป์เหล่านี้ให้เป็นที่รับรู้มากยิ่งขึ้น แวน คลีฟ แอนด์ อารเปลส์ จึงตัดสินใจออกเดินทางพร้อมด้วยนิทรรศการ เดอะ โพเอทรี ออฟ ไทม์ ที่ได้นำเอาเหล่าผลงานอันงดงามวิจิตร และเป็นตัวแทนสะท้อนถึงปรัชญาแห่งการสร้างสรรค์ของแบรนด์มาอวดโฉมให้ผู้คนได้ร่วมค้นพบถึงความมหัศจรรย์แห่งจักรกลและความงดงามของงานฝีมือได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น ซึ่งภายในนิทรรศการครั้งนี้ยังได้รวบรวมไฮไลท์เรือนเวลารุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับปี 2017มาร่วมจัดแสดง โดยแต่ละผลงานยังเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงการบรรจบกันระหว่างศาสตร์และศิลป์ที่นำมาสู่ผลลัพธ์ของการประดิษฐ์นาฬิกาอันเปี่ยมด้วยจินตนาการ ผ่านการร้อยเรียงดั่งบทกวีเข้ากับความงดงามของอัญมณี และความมหัศจรรย์แห่งจักรกลของเมซง 

และภายใต้ความงดงามของทุกๆ หนึ่งผลงาน ล้วนต้องผ่านขั้นตอนการสร้างสรรค์อันซับซ้อนด้วยเทคนิคเฉพาะซึ่งน่าสนใจไม่น้อยไปกว่าความสวยงามที่อยู่ตรงหน้าคุณ ภายในพื้นที่เดียวกันของนิทรรศการครั้งนี้ แวน คลีฟ แอนด์ อารเปลส์ จึงได้พาศิลปินผู้สร้างสรรค์งานลงยาและเนรมิตหน้าปัดอันสวยงามมาร่วมสาธิตถึงงานฝีมือและความพิถีพิถันละเอียดอ่อน ที่จำเป็นต้องใช้เพื่อรังสรรค์แต่ละชิ้นงานได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น หน้าปัดที่บรรจุด้วยเรื่องราวของคู่รัก หรือเทพนิยายที่ถ่ายทอดผ่านเหล่านางฟ้าตัวน้อย หรือนักเต้นระบำปลายเท้าด้วยท่วงท่าอันอ่อนช้อย เช่นเดียวกับเรื่องราวของธรรมชาติ ผ่านรูปสัญลักษณ์ของเหล่าผีเสื้อสยายปีกได้เสมือนจริงบนหน้าปัด หรือมวลดอกไม้ที่ถ่ายทอดด้วยสีสันเป็นธรรมชาติจากงานลงยาอันแสนประณีต รวมไปถึงเสน่ห์ของดาราศาสตร์ที่บรรจงเนรมิตลงบนหน้าปัดเรือนเวลา ทั้งหมดนี้นับเป็นการผสมผสานทั้งเทคนิคเฉพาะตัว จิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์ และรูปแบบอันเก่าแก่ของศิลปะการตกแต่ง ที่เมซงได้อุทิศตนเพื่อสืบทอดมรดกอันล้ำค่าเหล่านี้ไว้มาอย่างเนิ่นนานจวบจนถึงปัจจุบัน

 

The Poetry of Time™
และนี่คือเหล่าผลงานไฮไลท์ชิ้นเอกของนิทรรศการ เดอะ โพเอททรี ออฟ ไทม์ ที่เรานำมาฝาก

Lady Arpels Pont des Amoureux watch

สะพานแห่งความรักผู้ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากเรื่องราวแห่งความรักระหว่าง เอสแตลล์ อารเปลส์ (Estelle Arpels) กับอัลเฟรด แวน คลีฟ (Alfred Van Cleef) ซึ่งผูกพันกับเมซงแห่งนี้ สู่งานออกแบบที่แสดงออกถึงความรักของหนุ่มสาว และพลังขับเคลื่อนของกลไกไขลานด้วยมือ แสดงเวลาบนหน้าปัดลงยาสีเทา ผ่านตัวละครหนุ่มผู้แสดงนาที และสาวสวยผู้แสดงชั่วโมง บอกเล่าเรื่องราวการนัดพบของคู่รัก ซึ่งจะมาเผชิญหน้า และแลกจูบแก่กันในยามเที่ยงวันและเที่ยงคืน เสมือนการทำงานของเข็มตีกลับและสเกลบอกเวลาแบบเรโทรเกรดของนาฬิกาจักรกลชั้นสูงอันคลาสสิก มาพร้อมตัวเรือนทองขาว 38.0 มิลลิเมตร และรุ่นประดับเพชรเต็มพื้นที่ 

Lady Arpels Papillon Automate watch

ผลงานสุดงดงามที่ปรากฏโฉมครั้งแรกภายใน SIHH 2017 ถ่ายทอดความสวยงามเป็นธรรมชาติของผีเสื้อที่ขยับปีกได้ จากการพัฒนากลไกไขลานด้วยมือและติดตั้งด้วยโมดูลจักรกลออโตมาตอน (automaton) ขับเคลื่อนการขยับและเคลื่อนไหวของหุ่นปั้นหรือรูปแกะสลักได้ ซึ่งในเรือนนี้คือการขยับของปีกผีเสื้อ บนฉากหลังของท้องทุ่งกว้าง ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะการวาดภาพจำลองขนาดจิ๋ว เทคนิคงานลงยาลายฉลุ การประดับอัญมณี และตกแต่งด้วยเปลือกหอยมุก ภายใต้ตัวเรือนทองขาว 40.0 มิลลิเมตร ประดับเพชรบนขอบตัวเรือน

Lady Arpels Ballerine Enchantée watch

ความอ่อนช้อยของนาฏกรรมระบำปลายเท้าหรือบัลเลต์ได้ถ่ายทอดผ่านเอกลักษณ์ของประติมากรรมรูปทรงเรือนร่างและร่ายรำของนักบัลเลต์หญิง ที่ริเริ่มสร้างสรรค์ขึ้นนับจากต้นยุค 1940s เป็นต้นมา โดยรุ่นนี้ยังคงบรรจุด้วยกลไกไขลานด้วยมือ เพื่อขับเคลื่อนการแสดงเวลาแบบเรโทรเกรดคู่ ผ่านรูปปีกผีเสื้อด้านซ้ายของนางบัลเลต์สำหรับแสดงชั่วโมง และปีกด้านขวาสำหรับแสดงนาที คู่กับสเกลตัวเลขทั้งสองด้าน บนหน้าปัดแกะลายกิโยเช่และเคลือบเงาลงยาประณีต ผสานความสง่างามของตัวเรือนทองขาว 40.0 มิลลิเมตร กับขอบตัวเรือนประดับเพชร 

Lady Arpels Féerie watch

เทพธิดาผู้อารักขาพงไพร คือสัญลักษณ์แห่งความหวัง ความสุขเบิกบานใจ และยังกลายเป็นสัญลักษณ์ทางเทคนิคในการรังสรรค์ผลงานเหนือจินตนาการของเมซงแห่งนี้มาอย่างยาวนาน โดยทำหน้าที่คู่กับการแสดงเวลาแบบเรโทรเกรด ผ่านปีกคู่อันบอบบางของนางฟ้าทำหน้าที่แสดงนาที ขณะที่คฑากายสิทธิ์ทำหน้าที่แสดงชั่วโมง โดดเด่นบนหน้าปัดแกะลายกิโยเช่และเคลือบเงาลงยา บรรจุภายในตัวเรือนทองขาว 38.0 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนประดับเพชร หรือรุ่นประกอบสายทองขาวซึ่งประดับเพชรเต็มพื้นที่ทั้งบนตัวเรือนและสาย 

Lady Arpels Ronde des Papillons watch

ใครเห็นเป็นต้องตกหลุมรักกับผลงานจากคอลเลกชั่น Poetic Complications ถ่ายทอดลีลาการเคลื่อนไหวของนกและหมู่ผีเสื้อที่กำลังโบยบินสลับกันซ่อนตัวใต้กลีบเมฆ หนึ่งในแนวคิดและจินตนาการที่สร้างสรรค์ขึ้นนับจากยุค 1920s โดยประกอบด้วยการแสดงแบบเรโทรเกรด ผ่านรูปนกนางแอ่น สัญลักษณ์แห่งการนำโชคสำหรับแสดงชั่วโมง และผีเสื้อสามตัวสีสันสดใส ตัวแทนแห่งธรรมชาติและพลังชีวิตที่กำลังหยอกล้อและสลับกันออกมาเพื่อแสดงนาที ปรากฏเป็นฉากอันแสนร่าเริงบนหน้าปัดที่บรรจงรังสรรค์ขึ้นจากศิลปะการวาดภาพขนาดจิ๋ว การแกะสลักรูป งานลงยา การประดับเปลือกหอยมุกและอัญมณี บรรจุในตัวเรือนทองขาว 38.0 มิลลิเมตร ฝาหลังยังปรากฏรูปก้อนเมฆและหมู่ผีเสื้อในสามโทนสีสดเดียวกัน 

Rubis Secret bracelet watch

ตำนานการสร้างสรรค์เครื่องประดับซ่อนเวลา หรือ Secret watch เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ความเชี่ยวชาญอันเลื่องชื่อของ แวน คลีฟ แอนด์ อารเปลส์ ที่ริเริ่มขึ้นนับจากยุค 1920s กับความลึกลับและน่าค้นหาของหน้าปัดแสดงเวลาที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้รูปโฉมอันงดงามของเครื่องประดับอัญมณีชิ้นเด่น เช่นในรุ่นนี้ที่บรรจงประดับกำไลทองขาวด้วยเพชรและทับทิม หนักรวมถึง 151.25 กะรัต ซึ่งซ่อนหน้าปัดแบบเลื่อนออกมาได้ เพื่อเผยการแสดงชั่วโมงและนาทีอย่างเที่ยงตรง รังสรรค์เป็นผลงานเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลก ผ่านขั้นตอนงานฝีมืออันซับซ้อนและต้องใช้เวลาอันทุ่มเทในการทำงานของช่างฝีมือยาวนานถึง 1,500 ชั่วโมง  

Midnight Planétarium™ watch

ดาราศาสตร์ที่ตีความและเนรมิตให้สามารถบรรจุอยู่ภายใต้เรือนเวลาข้อมือได้อย่างงดงามน่าทึ่ง กับผลงานชิ้นเอกจากคอลเลกชั่นPoetic Astronomy™ หนึ่งในการผสมผสานระหว่างศาสตร์และศิลปะ จากจินตนาการอันเหนือล้ำสู่ความเป็นจริง ด้วยความมหัศจรรย์ของห้วงอวกาศที่นำมาถ่ายทอดบนหน้าปัดได้อย่างแม่นยำและซับซ้อน บรรจุด้วยมวลรัตนชาติ อาทิ หยก เทอร์ควอยซ์ โมรา และวัสดุล้ำค่าที่นำมาเป็นตัวแทนของหมู่ดาวและดาราจักรบนท้องฟ้า พร้อมกับขับเคลื่อนวิถีการเดินทางของวัตถุทางท้องฟ้าเหล่านี้ด้วยกลไกอัตโนมัติสลับซับซ้อน บนหน้าปัดยังตกแต่งฉากหลังด้วยอเวนเจอรีนสีน้ำเงินงดงาม

 


GM Multimedia Group PLC.
GMW © 2017