1.61K
คนดูทั้งหมด
เรือนเวลาชิ้นเอกถ่ายทอดความสวยงามแห่งเวลา
Update : Sep 06, 2017


ULYSSE NARDIN
Jade Cloisonné

รังสรรค์ความงดงามของหน้าปัดถ่ายทอดด้วยศิลปะและเทคนิคลงยา หนึ่งในงานหัตถศิลป์หาชมได้ยาก ที่ต้องอาศัยเพียงความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของช่างลงยา ผู้เปรียบดั่งศิลปินเสกสรรความสวยงามของงานตกแต่งให้กับเวลาได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยสองในห้าผลงานศิลปะรุ่นเอกของปีนี้ เสกสรรขึ้นด้วยเทคนิคลงยาแบบ 'คลัวซอนเน' (Cloisonné) เป็นภาพของปลาสิงโต และภาพของแมงกะพรุน ดึงแรงบันดาลใจจากความมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลที่แบรนด์เชื่อมโยงประวัติศาสตร์และผูกพันกับท้องทะเลมาอย่างยาวนาน ถ่ายทอดความสามารถในงานฝีมือและงานลงยาตกแต่งหน้าปัดอันประณีตวิจิตรของ ดงเซ่ คาแดรงส์ (Donzé Cadrans) โรงงานสร้างสรรค์หน้าปัดของแบรนด์ คู่ความแวววาวเจิดจรัสของการประดับเพชรบนหน้าปัด รับกับขอบตัวเรือนประดับล้อมด้วยเพชร ภายในตัวเรือนทองชมพูสีกุหลาบในรุ่นปลาสิงโต และตัวเรือนทองขาวในรุ่นแมงกะพรุน ผลงานอันประณีตวิจิตรนี้ยังขับเคลื่อนอย่างทรงพลังด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre UN-310 ที่ผสมผสานด้วยชิ้นส่วนหัวใจ อย่างเอสเคปเมนต์ทำจากนวัตกรรมวัสดุซิลิเซียม ช่วยเสริมซึ่งสมรรถนะแห่งความทนทานและยกระดับมาตรฐานความเที่ยงตรงของเรือนเวลา พร้อมผนึกปกป้องด้วยกระจกคริสตัลแซพไฟร์เคลือบกันแสงสะท้อนบนหน้าปัดและฝาหลัง มอบซึ่งประสิทธิภาพของการกันน้ำได้ลึก 30 เมตร

Case: 18K rose gold for 'Lionfish' and 18K white gold for Jellyfish, 36.0 x 39.0 mm dimension, anti-reflective crystal sapphire and caseback Dial: Cloisonné enamel, motif lionfish and jellyfish, set with diamonds Movement: self-winding, Calibre UN-310, escapement in silicium, 41 jewels, approx. 48 hours power reserve Functions: hours, minutes, small seconds, date in a register at 6 o'clock Strap: leather with folding buckle or satin strap with folding buckle for 'Lionfish'

BREGUET
Tradition Dame 7038

ตัวแทนของเครื่องบอกเวลาชั้นสูงที่เปิดตัวแนะนำเป็นครั้งแรกในปี 2005 และวันนี้ได้ขยายสู่ความงดงามของเรือนเวลาประดับอัญมณีสำหรับสุภาพสตรี ภายใต้ตัวเรือนทองชมพูสีกุหลาบ 18K ขอบตัวเรือนประดับเพชร 68 เม็ด หนักราว 0.895 กะรัต โดยยังคงเอกลักษณ์ของหน้าปัดเปิดเปลือยโชว์การทำงานและการตกแต่งชิ้นส่วนกลไกอันสลับซับซ้อนของกลไกอัตโนมัติ Calibre 505SR ติดตั้งด้วยบาลานซ์สปริง Breguet ทำจากซิลิคอน พร้อมกระปุกลานตกแต่งลวดลายดอกกุหลาบ (rosette) สุดประณีตวิจิตร รักษาระดับความถี่ 3 เฮิรตซ์ และมอบพลังงานสำรองนาน 50 ชั่วโมง ผสานกับการแสดงเวลาอย่างงดงามบนหน้าปัดแบบเยื้องศูนย์ ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ทำจากเปลือกหอยมุกสีขาวธรรมชาติ สลักเสลาและตกแต่งมือแบบเอนจิน-เทิร์น (engine-turned) เป็นลายหัวตะปู หรือที่ขนานนามกันว่าลาย คลูส์ เดอ ปารีส์ (Clous de Paris) พร้อมบรรจุด้วยเข็มชี้ทรง Breguet ทำจากทองชมพูสีกุหลาบ ขณะที่บนแท่นเครื่องและสะพานจักรผ่านการเคลือบโรเดียม เพื่อสร้างภาพที่ตัดกันกับตัวเรือนทองชมพูสีกุหลาบ ผนึกปกป้องด้วยกระจกคริสตัลแซพไฟร์เคลือบกันแสงสะท้อนบนหน้าปัด และฝาหลังติดด้วยกระจกใส เผยให้เห็นการขึ้นลานของโรเตอร์ทองตกแต่งมือด้วยลวดลายเดียวกับกระปุกลาน ประกอบสายหนังจระเข้คู่หัวเข็มขัดทองประดับเพชร 19 เม็ด หนักราว 0.135 กะรัต

Case: 18K rose gold with delicately fluted caseband, 37.0 mm diameter, bezel set with 68 brilliant-cut diamonds (approx. 0.895 ct), crystal sapphire caseback Dial: offset at 12 o'clock in natural white mother-of-pearl, engine-turned 'Clous de Paris' hobnailing, Breguet open-tipped hands in gold Movement: self-winding, Calibre 505SR, 3 Hz, Breguet balance spring in silicon, 38 jewels, 50 hours power reserve Functions: offset hours and minutes, retrograde seconds Strap: alligator leather with gold pin buckle set with 19 brilliant-cut diamonds (approx. 0.135 ct)

VAN CLEEF & ARPELS
Charms Extraordinaire Fée Sakura watch

เผยโฉมเพื่อร่วมเฉลิมฉลองการเปิดตัวบูติกแห่งใหม่ ณ กินซา ของญี่ปุ่น ซึ่งได้แรงบันดาลใจแห่งการสร้างสรรค์มาจากดอกซากุระ หนึ่งในสัญลักษณ์ของแดนอาทิตย์อุทัยที่รู้จักกันทั่วโลก ถ่ายทอดผ่านงานแกะสลัก งานแกะรูป และงานวาดภาพจำลองขนาดจิ๋วด้วยมือ และอาบด้วยความอ่อนหวานของเฉดสีชมพูบนหน้าปัดแล็กเกอร์และงานลงยาบนฐานเปลือกหอยมุก จากนั้นจึงประดับแต่งด้วยรูปแกะสลักของเหล่าดอกซากุระบาน พร้อมด้วยงานลงยาเทคนิคพิเศษ คาโบชอนเน (Cabochonné) กับเอกลักษณ์ของมิติแห่งแสงเสมือนเหลือบสีโอปอล เสริมเสน่ห์ด้วยประกายแสงระยิบระยับจากงานประดับเพชรทั้งบนดอกไม้และเทพธิดาตัวน้อย ภายในตัวเรือนทองชมพู ขนาด 32.0 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนประดับเพชรและแซพไฟร์สีชมพูไล่เฉดสี รับกับเม็ดมะยมประดับเพชร ด้านข้างตัวเรือนประดับชาร์มรูปดอกซากุระทำจากทองชมพู ประดับด้วยแซพไฟร์สีชมพูและเพชร ทำงานด้วยกลไกควอตซ์ ประกอบสายหนังจระเข้สีชมพู คู่หัวเข็มขัดทองชมพูประดับเพชรงดงามลงตัว ความสวยงามแห่งเวลารุ่นนี้จะผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 100 เรือน

Case: 18K pink gold, 32.0 mm diameter, bezel set with diamonds and a gradation of pink sapphires, diamond-set crown, a charm in pink gold set with pink sapphires and diamond Dial: lacquered white gold and mother-of-pearl, Cabochonné enamel, miniature painting and diamonds set Movement: quartz Functions: hours and minutes Strap: pink alligator leather with pink gold pin buckle set with diamonds

PIAGET
Altiplano Tourbillon High Jewellery

เฉลิมฉลองโอกาสครบรอบหกทศวรรษของการปฏิวัติคอลเลกชันเรือนเวลาบางพิเศษขึ้นในปี 1957 ภายใต้ชื่อ อัลติพลาโน (Altiplano) ด้วยความสวยงามของนาฬิกาจักรกลชั้นสูงรุ่นใหม่ ถ่ายทอดรหัสแห่งความสง่างามของจักรกลสลับซับซ้อน อย่าง ฟลายอิ้งตูร์บิญองทำจากไทเทเนียม น้ำหนักเบาเพียง 0.2 กรัม พร้อมเปิดโชว์บนหน้าปัดและทำหน้าที่แสดงวินาทีเล็ก ณ ตำแหน่ง 2 นาฬิกา หลอมรวมกลมกลืนเข้ากับความงดงามของงานฝีมือ ทั้งการตกแต่งบนหน้าปัดด้วยงานแกะสลักกิโยเช่ทอง พร้อมรังสรรค์งานลงยาด้วยเทคนิค แฟลงเก้ (flinqué) เฉดสีน้ำเงินเข้มถึงเทาเข้ม มอบมิติของแสงสะท้อนในทุกๆ มุมมอง ตามองศาการเคลื่อนไหวของข้อมือผู้ใส่ ผสานด้วยความเชี่ยวชาญชั้นเอกของงานประดับอัญมณีล้ำค่า อย่าง เพชรบาแก็ตต์และบริลเลียนต์คัต ที่ประดับล้อมรอบขอบตัวเรือนและบนตัวเชื่อมสาย ขณะเดียวกันยังคงรักษาไว้ซึ่งความบางพิเศษของเรือนเวลา ด้วยการเลือกบรรจุกลไกไขลานด้วยมือบางพิเศษชุดใหม่ Calibre 670P หนาเพียง 4.6 มิลลิเมตร ประกอบด้วยก้านไขลานพัฒนาขึ้นใหม่ ผ่านการจดสิทธิบัตรโดยแบรนด์ ซึ่งใช้ระบบเฟืองประสาน พร้อมติดตั้งด้วยกระปุกลานใหม่ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพของการสำรองพลังงานได้ยาวนานขึ้นเป็น 48 ชั่วโมง ขณะที่ชิ้นส่วนกลไกหลัก ทั้งแท่นเครื่อง สะพานจักร และกรงตูร์บิญอง ขัดลายและขัดขึ้นมุมด้วยมืออย่างประณีตละเอียดอ่อน รุ่นนี้รังสรรค์ขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 38 เรือน

Case: 18K white gold, 41.0 mm diameter, bezel and horns set with baguette and brilliant-cut diamonds, total 337 diamonds, 5.07 ct Dial: grey-blue, gold with hand guilloché and flinqué enamel Movement: manual-winding, extra-thin Calibre 670P, 4.6 mm thickness, a flying tourbillon, 157 parts, 23 jewels, 3 Hz, 48 hours power reserve Functions: hours, minutes, small seconds Strap: black alligator leather with folding clasp
 

ROGER DUBUIS
Excalibur 36

ถ่ายทอดสีน้ำเงินอิเล็กทริกบลูสุดล้ำสมัย ภายใต้เรือนเวลาสุดหรูสำหรับสุภาพสตรีที่หลงใหลในสไตล์ของแบรนด์ ด้วยการผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 28 เรือน พร้อมความโดดเด่นของโทนสีน้ำเงินลาวาบนหน้าปัดเคลือบ PVD และตกแต่งด้วยงานขัดด้านเปล่งประกายรัศมีแวววาว ประดับล้อมด้วยโครงร่างรูปทรงตัวเลขโรมันสีเงินสง่างาม แยกแสดงวินาทีบนหน้าปัดเล็ก ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา และซ้อนด้วยช่องหน้าต่างแสดงวันที่ คู่ขอบตัวเรือนเซาะร่องด้านข้างประดับด้วยแซพไฟร์สีน้ำเงิน 48 เม็ดหนักราว 1.5 กะรัต คัดสีอย่างพิถีพิถันโดยช่างอัญมณี เพื่อให้ได้โทนสีเดียวกันทั้งหมด และรับกับสีน้ำเงินพิเศษของหน้าปัด ถ่ายทอดเอกลักษณ์สไตล์งานออกแบบอันโดดเด่นของตัวเชื่อมสายแบบสามขา ผ่านการขัดตกแต่งอย่างประณีต ภายใต้โครงสร้างตัวเรือนอันเข้มแข็งของคอลเลกชัน เอ็กซ์คาลิเบอร์ (Excalibur) ด้วยการตัดโทนสีน้ำเงินหลักของนาฬิกาด้วยเสน่ห์แห่งสีดำของตัวเรือนทำจากไทเทเนียม เคลือบ DLC ย่อขนาดให้เล็กลงเป็น 36.0 มิลลิเมตร หนา 9.8 มิลลิเมตร เพื่อให้รับกับข้อมือสุภาพสตรีได้มากยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังภายในของกลไกอัตโนมัติ Calibre RD830 ติดตั้งโรเตอร์ทองชมพู 22K พร้อมตกแต่งด้วยลวดลาย โคตส์ เดอ เฌแณฟ (Côtes de Genève) มอบการสำรองพลังงานได้นาน 48 ชั่วโมง อวดการทำงานของกลไกผ่านฝาหลังกระจกคริสตัลแซพไฟร์ใส ลงตัวด้วยสายหนังจระเข้สีน้ำเงินคู่หัวเข็มขัดไทเทเนียมเคลือบ DLC สีดำ กันน้ำได้ลึก 50 เมตร

Case: black DLC titanium, 36.0 mm diameter, bezel set with 48 blue sapphires, approx. 1.5 ct Dial: sunburst coated with blue PVD, rhodium-plated and printed Roman numerals, white gold hands polished and satin-brushed Movement: self-winding, Calibre RD830, 183 parts, 27 jewels, 4 Hz, 48 hours power reserve Functions: hours, minutes, small seconds, date Strap: blue alligator leather with black DLC titanium buckle




 

 


GM Multimedia Group PLC.
GMW © 2017