1.76K
คนดูทั้งหมด
HUBLOT THE HEIGHTS OF CREATIVE FUSION
Update : May 26, 2017

HUBLOT 

THE HEIGHTS OF CREATIVE FUSION

ในงานบาเซิลเวิลด์ 2017 (BASELWORLD 2017) ที่ผ่านมา อูโบลท์ ไม่เพียงเฉลิมฉลองให้กับการเผยโฉมเหล่านวัตกรรมใหม่ของเรือนเวลา แต่ยังได้ประกาศถึงวิถีใหม่แห่งการสร้างสรรค์ผลงาน ภายใต้วิสัยทัศน์และปรัชญาที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายคือการบรรลุซึ่งจุดสูงสุดแห่งการผสมผสานอย่างสร้างสรรค์ อันเปรียบเหมือนรหัสใหม่ของแบรนด์ที่จะนำทางไปสู่มิติแห่งการผสมผสานระหว่างวัสดุ วิทยาศาสตร์ และสไตล์ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ด้วยความโดดเด่นของเส้นทางการสร้างสรรค์ พร้อมทั้งปรัชญาอันมั่นคงของ "เดอะ อาร์ต ออฟ ฟิวชั่น" (The Art of Fusion) ได้สร้างรูปกลายเป็นหนึ่งใน ดีเอ็นเอ (DNA) สำคัญของแบรนด์ นับตั้งแต่การสร้างสรรค์ขึ้นในปี 2004 โดยฌอง-คล็อด บีเวอร์ (Jean-Claude Biver) ประธานของอูโบลท์ และประธานแห่ง แอลวีเอ็มเอช กรุ๊ป วอทช์ ดีวิชั่น (LVMH Group Watch Division) ร่วมกับ ริคาร์โด กัวดาลูป (Ricardo Guadalupe) ผู้อำนวยการของอูโบลท์ มรดกแห่งแนวคิดนี้ยังตอกย้ำถึงพันธุกรรมอันมีเอกลักษณ์เฉพาะหนึ่งเดียว ซึ่งหยั่งรากลึกอยู่ใน DNA ของแบรนด์ มานับตั้งแต่การสร้างสรรค์ผลงานขึ้นครั้งแรกในปี 1980 และครองสถานะการเป็นแบรนด์นาฬิการายแรก ที่กล้าผสมผสานความต่างของวัสดุและสไตล์ไว้ด้วยกัน นั่นคือ การผสมผสานทองเข้ากับยางธรรมชาติ และปรัชญาเดียวกันนี้เองที่นำมาสู่การถือกำเนิดของเหล่าวัสดุและโลหะผสมชนิดใหม่ พร้อมทั้งความพิเศษในคุณลักษณะและคุณสมบัติอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับโลกเรือนเวลามาก่อน โดยผ่านการจดสิทธิบัตรของแบรนด์ อาทิ อูโบลเนียม (Hublonium), คิงโกลด์ (King Gold), เมจิกโกลด์ (Magic Gold) หรือการผสมผสานภายในชิ้นส่วนต่างๆ ของนาฬิกา อย่าง คาร์บอนและโลหะ หรือกับวัสดุซึ่งแข็งแกร่งที่สุดและทนทานต่อการเกิดรอยขีดข่วนได้สูงสุด เช่น แซพไฟร์ รวมถึงผลงานสร้างสรรค์จากการสังเคราะห์ขึ้นจากวัสดุธรรมชาติที่ยากที่สุดบนผืนโลก อย่าง โกลด์ คริสตัล (Gold crystal) เป็นต้น

และในวันนี้ อูโบลท์ ยังได้ร่วมถ่ายทอดการสร้างสรรค์ครั้งใหม่สู่เรือนเวลานวัตกรรมแห่งศตวรรษที่ 21 ด้วยผลงานอันน่าทึ่งและชวนหลงใหลเหล่านี้ที่เพิ่งเปิดตัวสดๆ ร้อนๆ ภายในงานบาเซิลเวิลด์ 2017 ที่ผ่านมา

 

HUBLOT TECHFRAME 

'ดีไซน์โดยเฟอร์รารี รังสรรค์โดยอูโบลท์' คือตัวแทนของการผสมผสานสุดล้ำยุคครั้งใหม่สู่การเผยโฉมคอลเลกชั่นใหม่ของ เทคเฟรม (Techframe) เรือนเวลาที่สร้างสรรค์ขึ้นพิเศษเพื่อร่วมสะท้อนถึงการผสมผสานอย่างสมบูรณ์แบบระหว่างโลกยนตรกรรมและโลกแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง  

เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปีของเฟอร์รารี (Ferrari) หนึ่งในพันธมิตรอันเข้มแข็งของ อูโบลท์ในทายาทรุ่นใหม่นี้จึงไม่เพียงโดดเด่นสะดุดตาด้วยรูปลักษณ์งานออกแบบเหนือจินตนาการ เปี่ยมด้วยสัมผัสของความเป็นต้นตำรับของทั้งแบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาสวิสแท้และยอดยนตกรรมสายพันธุ์อิตาเลียนขนานแท้เช่นกัน โดยได้แรงบันดาลใจในการออกแบบ คิดค้น และพัฒนา ผ่านกระบวนการการสร้างสรรค์เดียวกันกับที่ใช้ในการออกแบบและพัฒนารถสปอร์ตขึ้นมาใหม่ ภายในศูนย์ เฟอร์รารี ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (Ferrari Design Centre) แต่ยังคงหล่อหลอมไปด้วยความเชี่ยวชาญในการประดิษฐ์นาฬิกาของ อูโบลท์ โดยเริ่มต้นจากการออกแบบกลไกหรือ 'เครื่องยนต์' ของนาฬิกา จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการออกแบบขึ้นรายล้อมเครื่องยนต์สมรรถนะสูงนี้ด้วยจินตนาการและโครงสร้างอันทันสมัย เฉกเช่นเดียวกับการสร้างสรรค์ตัวถังที่ต้องคำนึงถึงทั้งเรื่องรูปลักษณ์ความสวยงามและทันสมัย ควบคู่ไปกับการมีน้ำหนักเบาและมีความแข็งแกร่งถึงขีดสุด

กระทั่งได้มาเป็นทายาทเรือนเวลาซึ่งมีชื่อเรียกขนานเต็มๆ ว่า เทคเฟรม เฟอร์รารี 70 เยียร์ ตูร์บิญอง โครโนกราฟ (Techframe Ferrari 70 Years Tourbillon Chronograph) รุ่นนี้ ที่เปรียบเสมือนผู้เปิดประวัติศาสตร์บทใหม่ให้กับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จากการหล่อหลอมความเป็น อูโบลท์ และเฟอร์รารี เข้าไว้เป็นหนึ่งเดียว และจะมีให้เลือกในสามเวอร์ชั่น ระหว่างนวัตกรรมวัสดุอันโดดเด่นของอูโบลท์ ทั้ง คิงโกลด์, พีค คาร์บอน (Peek Carbon) และไทเทเนียม แต่ละรุ่นจะผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 70 เรือนสำหรับคอนักสะสมโดยเฉพาะอีกด้วย

 

NEW ARRAY OF SAPPHIRE

ศิลปะแห่งการผสมผสานบนวิถีแห่ง อูโบลท์ ล้วนนำมาซึ่งนวัตกรรมแปลกใหม่ของเครื่องบอกเวลา เช่นเดียวกับสร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่นับเป็นครั้งแรกของโลกขึ้นเสมอ เหมือนกับผลงานล่าสุดของแบรนด์ที่ตอกย้ำถึงความเป็นนักนวัตกรรมด้านวัสดุศาสตร์ กับการเผยโฉมเรือนเวลาแซพไฟร์ ที่ต่างไปจากรุ่นก่อนหน้าด้วยกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนกว่าของเหล่าแซพไฟร์สี

แน่นอนว่ากระบวนการผลิตแซพไฟร์ใสและแซพไฟร์สีนั้นย่อมยากง่ายต่างกัน โดยแซพไฟร์สีจะมีขั้นตอนอันซับซ้อนยิ่งกว่า โดยเฉพาะกับกระบวนการสร้างสีที่เกิดขึ้นจากการแทรกซึมด้วยองค์ประกอบวัสดุอื่นๆ อาทิ การผสานโลหะโครเมียม (Cr) เข้ากับอะลูมิเนียมอ็อกไซด์ (AI203) ซึ่งเป็นวัตถุดิบของแซพไฟร์ ระดับอุณหภูมิระหว่าง 2000 และ 2050 องศาเซลเซียส จนได้ผลลัพธ์ของแซพไฟร์สีน้ำเงิน หรือการหลอมเหล็ก (Fe) เข้ากับอะลูมิเนียมอ็อกไซด์ ที่จะให้ผลเป็นแซพไฟร์สีแดงโดดเด่น โดยทั้งคู่ยังนับเป็นแซพไฟร์สีครั้งแรกในโลก

โดย อูโบลท์ ได้นำมารังสรรค์เป็นตัวเรือนเวลาอันสง่างามของ บิ๊ก แบง ยูนิโค และด้วยเพราะกระบวนการผลิตอันซับซ้อน จึงรังสรรค์ขึ้นพิเศษในจำนวนจำกัดเพียงเวอร์ชั่นละ 250 เรือน ภายในสมาชิกสองรุ่นใหม่ล่าสุดของ บิ๊ก แบง ยูนิโค แซพไฟร์ คัลเลอร์ (Big Bang Unico Sapphire Colours) ที่เปิดตัวในปีนี้ สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกและศิลปะแห่งการผสมผสานด้วยนิยามใหม่ของ อูโบลท์ อย่างแท้จริง

 

NO LIMITS OF KNOW-HOW

อีกหนึ่งปฐมบทของ อูโบลท์ กับการเปิดตัวนาฬิกาตูร์บิญองมากกว่าหนึ่งแกน (multi-axis tourbillon) รุ่นแรกของแบรนด์ ซึ่งออกแบบและประดิษฐ์ขึ้นภายใต้แนวคิดของการเผยให้เห็นแทบทุกรายละเอียดของเรือนเวลาสุดซับซ้อนเหล่านี้ พร้อมกับขนามนามให้ว่าเป็น แมนูแฟคเจอร์ พีซ (Manufacture Piece) หรือเอ็มพี (MP) ผลงานชิ้นโบว์แดงจากโรงงานการผลิตที่เปรียบเสมือนตัวแทนแห่งความเชี่ยวชาญในการประดิษฐ์นาฬิกาและความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่มีวันสิ้นสุดของ อูโบลท์ 

โดยทายาทล่าสุดของปีนี้ในรุ่น เอ็มพี-09 ตูร์บิญอง ไบ-แอ็กซิส (MP-09 Tourbillon Bi-Axis) คือผลลัพธ์แห่งพลังความคิด ที่มีเป้าหมายหลักเป็นการมอบความสามารถในการมองเห็นได้อย่างสูงสุดบนจักรกลตูร์บิญองซึ่งหมุนบนสองแกน โดยแกนแรกหมุนรอบสมบูรณ์ต่อหนึ่งนาที และแกนที่สองหมุนรอบทุกๆ 30 วินาที พร้อมพลังขับเคลื่อนของกลไกอัตโนมัติ ผลิตภายในโรงงานของตนเอง 100% ด้วยศักยภาพของการสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 5 วัน จักรกลแห่งขุมพลังที่ทำงานร่วมกันนี้ยังช่วยยกระดับสู่ความเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น และอวดความน่าหลงใหลของจักรกลตูร์บิญองไว้บนหน้าปัด ภายใต้โครงสร้างแบบเล่นหลายระดับและสลับระหว่างสีดำ ขาว และแดง ที่กลายเป็นเอกลักษณ์แห่งความสง่างามเฉพาะตัวของ เอ็มพี-09 ร่วมถ่ายทอดถึงปรัชญาการออกแบบซึ่งเริ่มต้นมาจากการพัฒนากลไกชุดพิเศษขึ้นเพื่ออุทิศให้กับฟังก์ชั่นและงานออกแบบโดยเฉพาะ ประดิษฐกรรมล่าสุดนี้จึงมาพร้อมตัวเรือนและกลไกใหม่หมดจดที่ผลิตขึ้นทั้งหมดภายในโรงงานของตนเอง

 

THE MAGIC OF MECHANICS 

หนึ่งในความภาคภูมิใจแห่งการพัฒนาด้านจักรกลควบคู่กับการผสมผสานซึ่งงานออกแบบอันล้ำสมัย ทำให้ล่าสุดผลงานอันเลื่องชื่อ อย่าง บิ๊ก แบง เมกา-10 เมจิก โกลด์ (Big Bang Meca-10 Magic Gold) สามารถคว้ารางวัล 'the Red Dot: Best of Best 2017' จากเวที เรด ดอท อวอร์ดส (Red Dot Awards) มาได้สำเร็จ ท่ามกลางผลงานสร้างสรรค์ที่ผ่านเข้ารอบถึง 5,500 ผลงานจาก 54 ประเทศทั่วโลก เรือนเวลาแห่งโลกอนาคตที่กลายเป็นความสำเร็จของวันนี้ได้ตอกย้ำถึงความทุ่มเทของ อูโบลท์ ในการพัฒนาและนำเสนอเทคนิคการประดิษฐ์นาฬิกาที่ดีสุด ด้วยนวัตกรรม และความสวยงามที่ดีที่สุดเช่นกัน ด้วยพลังการขับเคลื่อนของกลไก Calibre HUB1201 พัฒนาขึ้นโดยทีมของ อูโบลท์ ที่หล่อหลอมเข้ากับความมหัศจรรย์ของวัสดุตัวเรือน อย่าง เมจิกโกลด์ โลหะผสมระหว่างทองและเซรามิก จึงมอบทั้งคุณสมบัติของแข็งแกร่งทนทาน กันรอยขีดข่วนได้อย่างยอดเยี่ยม เช่นเดียวกับความสวยงามที่ไม่เหมือนใครในแบบฉบับของ อูโบลท์ ขนานแท้ 

เฉกเช่นเดียวกับผลงานแห่งจักรกลสลับซับซ้อนที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้งาน ปัจจุบัน กับการแสดงเวลาสองไทม์โซนของ บิ๊ก แบง ยูนิโค จีเอ็มที (Big Bang Unico GMT) นาฬิกาในอุดมคติของเหล่านักเดินทางท่องโลก ที่นับเป็นผลิตผลของงานวิจัยและพัฒนาอันเข้มข้นภายในกลไก Unico ทำให้สามารถติดตั้งโมดูลใหม่ที่ผ่านการจดสิทบัตร กับคุณสมบัติของการปรับตั้งเวลาไทม์โซนที่สองได้อย่างรวดเร็วผ่านเพียงปุ่มกดสองปุ่ม ออกแบบด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมชวนให้หวนนึกถึงปุ่มกดดั้งเดิมของนาฬิกา บิ๊ก แบง รุ่นแรกๆ โดยปุ่มกด ตำแหน่ง 2นาฬิกา ทำหน้าที่ปรับตั้งการแสดงชั่วโมงไปข้างหน้าครั้งละหนึ่งชั่วโมง ขณะที่ปุ่มกด ตำแหน่ง 4 นาฬิกาสำหรับปรับตั้งถอยหลัง พร้อมด้วยอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยในการปรับตั้งเวลา เช่นเดียวกับการพัฒนาประสิทธิภาพของการอ่านค่าเวลาท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน ผ่านเข็มชี้หลักบนหน้าปัดกลางของนาฬิกา ขณะที่เวลา บ้านเกิดจะแสดงแบบ 12 ชั่วโมง ผ่านเข็มชี้รูปลูกศรซึ่งสัมพันธ์ไปกับการแสดงกลางวัน/กลางคืน และสเกลแสดง 12 ชั่วโมงบนขอบตัวเรือน เติมเสน่ห์ให้กับข้อมือของเหล่านักเดินทางที่ซ่อนภายในไว้ด้วยอัจฉริยภาพแห่งจักรกล

 

 

THE STYLISH EXERCISES  

สานต่อความคิดสร้างสรรค์และสัมพันธภาพที่ก่อร่างขึ้นนับจากปี 2014 ระหว่าง อูโบลท์ และอิตาเลีย อินดิเพนเดนท์ (Italia Independent) ผู้รังสรรค์สไตล์ที่นำโดย ลาโพ เอลกันน์ (Lapo Elkann) มาสู่ความโดดเด่นของชั่นเรือนเวลาอันเปี่ยมด้วยสไตล์ โดยปีนี้พวกเขาได้ร่วมกันสร้างสรรค์เรือนเวลาคอลเลกชั่นแรกให้กับสุภาพสตรีโดยเฉพาะใน บิ๊ก แบง วัน คลิ๊ก อิตาเลีย อินดิเพนเดนท์ (Big Bang One Click Italia Independent) ด้วยเสน่ห์ของการผสมผสานระหว่างเซรามิกสีดำ เพชร และกำมะหยี่

เหนือด้วยสไตล์ ล้ำด้วยจินตนาการ กับการผสมผสานด้วยวัสดุและนวัตกรรมของระบบ 'One Click' อันเลื่องชื่อ ที่ช่วยให้เจ้าของสามารถถอดเปลี่ยนระหว่างสายซึ่งมีสีสันและบุคลิกต่างกันได้ด้วยตนเอง ขยายพรมแดนของการสร้างสรรค์สไตล์เฉพาะบุคคลบนปรัชญาแห่งศิลปะการผสมผสานของแบรนด์ สำหรับรุ่นเอาใจสาวๆ ด้วยหน้าปัดและสายกำมะหยี่ ซึ่งรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตโดย อิตาเลีย อินดิเพนเดนท์ นี้จะมีให้เลือกในสามโทนสีต่างกัน ระหว่าง น้ำเงินเข้ม น้ำเงิน และม่วง และสาวๆ ผู้มั่นใจสามารถเลือกจับคู่สายสีเดียวกับหน้าปัด หรือจะใส่สลับกับสายสีอื่นก็ช่วยเพิ่มสไตล์เฉพาะให้กับข้อมือของตนได้อย่างไม่สิ้นสุด

 

อีกหนึ่งผลลัพธ์ของการผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญในการประดิษฐ์นาฬิกาและสไตล์อันสร้างสรรค์ คือเรือนเวลาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปะการสัก โดยความร่วมมือของสตูดิโอ แซง เบลอ (Sang Bleu) ในกรุงลอนดอน รังสรรค์เป็นโครงสร้างของลวดลายสัญลักษณ์รูปทรงหลายเหลี่ยม สะท้อนถึงความสัมพันธ์และความกลมกลืนของสัดส่วน และประดิษฐ์ขึ้นคล้ายกับศิลปะการสักที่ปรากฏอยู่บนทั้งหน้าปัดและตัวเรือนของรุ่นต้นตำรับ อย่าง บิ๊ก แบง โดยหลังจากเปิดตัวพร้อมประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามมาแล้ว ปีนี้ อูโบลท์ ได้เนรมิตสู่รูปโฉมใหม่ของ บิ๊ก แบง วัน คลิ๊ก แซง เบลอ (Big Bang One Click Sang Bleu) ด้วยเวอร์ชั่นสำหรับสุภาพสตรีพร้อมประดับเพชรบนขอบตัวเรือน ในสองรุ่นผลิตจำนวนจำกัดให้เลือกระหว่างตัวเรือนสเตนเลสสตีลและตัวเรือนคิงโกลด์

 

CLASSIC MEETS STYLISH 

หนึ่งสีสันที่ อูโบลท์ เสกสรรและวาดขึ้นอย่างวิจิตรบรรจงลงบนดวงจันทร์สำหรับข้อมือ นั่นคือเรือนเวลาใหม่อันแสนโรแมนติก แต่ซ่อนไว้ซึ่งความซับซ้อนแห่งจักรกลภายในรุ่น สปิริต ออฟ บิ๊ก แบง มูนเฟส (Spirit of Big Bang Moonphase)

ผสมผสานด้วยเหล่าโทนสีภายในนาฬิกาสี่รุ่นใหม่ ได้แก่ เฉดสีน้ำเงิน ม่วง ส้ม และชมพู จับคู่ลงตัวกับสายหนังเฉดสีเดียวกัน และหน้าปัดแร่ควอตซ์ ซึ่งสร้างสรรค์เป็นจากการผสมผสาน "องค์ประกอบพิเศษหายาก" จนได้มาเป็นเฉดสีน้ำเงิน ม่วง ส้ม และชมพูตามรุ่น โดดเด่นเป็นพิเศษด้วยการบรรจุดิสก์แสดงข้างขึ้นข้างแรมแบบขัดทราย พร้อมเข็มชี้และเครื่องหมายขีดตกแต่งด้วยสีเดียวกับแต่ละรุ่น ขณะที่ตัวเรือนยังเลือกได้ระหว่างไทเทเนียม และคิงโกลด์ ขนาด42.0 มิลลิเมตร รวมไปถึงความงดงามของขอบตัวเรือนประดับอัญมณีสีเดียวกับรุ่นเช่นกัน และด้วยคุณสมบัติความโปร่งใสของแร่ควอตซ์บนหน้าปัดยังช่วยเผยให้เห็นความซับซ้อนของกลไกไขลานด้วยมือสเกเลตัน Calibre HUB1770 ได้อย่างโดดเด่นบนหน้าปัด 

 

ฉีกกฏแนวคิดสุดสร้างสรรค์ บนวิถีที่เป็นเอกลักษณ์ของ อูโบลท์ ด้วยเรือนเวลาสีสันเรืองแสงใหม่ใน บิ๊ก แบง บรอยเดอรี ซูการ์ สกูล ฟลูโอ (Big Bang Broderie Sugar Skull Fluo) ผสมผสานระหว่างศิลปะงานฝีมือ และจินตนาการแห่งสีและแสง มอบเป็นรหัสแห่งความประณีตวิจิตรและทันสมัยครั้งใหม่กับเทรนด์สีนีออนโดดเด่นสะดุดตา ตกแต่งด้วยสารเรืองแสง เพิ่มลูกเล่นให้กับข้อมือผ่านหลากหลายโทนสีใหม่ให้เลือก ทั้ง โคบอลต์ บลู (Cobalt Blue), ซันฟลาวเวอร์ (Sunflower), ฮอต พิงค์ (Hot Pink) และมาลาไคต์ กรีน (Malachite Green) สี่เฉดสีที่เลือกรังสรรค์ให้กับปี 2017 โดยยังคงบรรจุภายใต้ความสง่างามของตัวเรือน บิ๊ก แบง ทำจากเซรามิกสีดำ พร้อมทั้งขุมพลังของกลไกอัตโนมัติ Calibre HUB1110 มอบความเที่ยงตรงอันเหนือล้ำให้กับการแสดงเวลา ตามปรัชญาแห่งการผสมผสานความเชี่ยวชาญและรสนิยมใหม่บนเรือนเวลาข้อมือของ อูโบลท์

 

ติดตามผลงานรุ่นใหม่ล่าสุดจากศิลปะแห่งการผสมผสานเหล่านี้ได้แล้ววันนี้ที่ อูโบลท์ บูติค เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ที่เตรียมเฉลิมฉลองครบรอบ 3 ปีของบูติค 

หรือติดตามได้ใน GM W ฉบับ 208 เดือนพฤษภาคม 2017 

 


GM Multimedia Group PLC.
GMW © 2017