1.86K
คนดูทั้งหมด
Manufacture Calibre B20
Update : Jun 14, 2017

ถอดหมดเปลือก กับกลไกชุดใหม่ของ Breitling 

เมื่อเร็วๆ นี้ เราได้พูดถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญระหว่างสองแบรนด์นาฬิกา ที่ล่าสุดได้จับมือร่วมกันพัฒนาและสร้างสรรค์สมรรถนะใหม่ๆ ให้กับกลไกจักรกล โดยผลิตผลหนึ่งเป็นการเปิดตัวกลไกชุดใหม่ของ ทิวดอร์ (TUDOR) ใน Calibre MT5813 กับอีกหนึ่งผลลัพธ์ นั่นคือ การเผยโฉมกลไกชุดใหม่ของ ไบรทลิ่ง (Breitling) ใน Manufacture Calibre B20 ซึ่งเรากำลังจะพูดถึงกันต่อในวันนี้

แม้เป้าหมายสูงสุดของการสร้างสรรค์กลไกจักรกลล้วนมีหัวใจหลักเป็นเรื่องราวของความเที่ยงตรง สมรรถนะ และความไว้วางใจได้สูงสุด ที่ ไบรทลิ่ง เองในฐานะผู้เชี่ยวชาญและผู้ผลิตกลไกจักรกลความเที่ยงตรงสูงซึ่งผ่านการรับรองโดยประกาศนียบัตร ซีโอเอสซี (COSC – Swiss Official Chronometer Testing Institute) ให้ความสำคัญมาโดยตลอดนั้น แต่ วันนี้ พวกเขายังคงพยายามเดินหน้าก้าวไปอีกขั้นเพื่อยกระดับมาตรฐานแห่งคุณภาพและความแข็งแกร่งทนทานของกลไกจักรกลเช่นกัน 

และล่าสุด ไบรทลิ่ง ก็ได้เปิดตัวผลิตผลแห่งกลไกความร่วมมือชุดใหม่ขึ้น ภายใต้ Manufacture Calibre B20กลไกซึ่งขับเคลื่อนภายในทายาทนาฬิการุ่นใหม่จาก ซูเปอร์โอเชียน เฮอริเทจ (Superocean Héritage) ที่ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของคอลเลกชั่นนาฬิกาดำน้ำมืออาชีพ ซูเปอร์โอเชียน นับจากการเปิดตัวครั้งแรกในปี 1957 และยังคงพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยทั้งในรุ่น ซูเปอร์โอเชียน เฮอริเทจ ทู 42 และ 46 ของวันนี้จะติดตั้งไว้ด้วย Manufacture Calibre B20 กลไกซึ่งผ่านประกาศนียบัตรรับรองความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์โดย ซีโอเอสซี ตามปรัชญาการผลิตกลไกคุณภาพสูงของไบรทลิ่ง พร้อมประสิทธิภาพความเที่ยงตรงจากระบบการทำงานแบบไขลานอัตโนมัติอันแข็งแกร่ง ทนทาน และเชื่อถือได้ ด้วยความถี่สูง 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง หรือ 4 เฮิรตซ์ ขณะเดียวกันเพิ่มศักยภาพของการสำรองพลังงานได้นานกว่า 70 ชั่วโมง 

Superocean Héritage II 42

Superocean Héritage II 46

 

อย่างที่เกริ่นไว้ก่อนหน้านี้ว่า Manufacture Calibre B20เป็นมากไปกว่าการพัฒนากลไกตามสายพานการผลิตปกติของโรงงาน แต่กลไกน้องใหม่ชุดนี้มีพื้นฐานที่มั่นคงมาจากชื่อเสียงของกลไก ทิวดอร์ คาลิเบอร์ เอ็มที5612 (TUDOR Calibre MT5612) ที่เราต่างรู้จักคุ้นเคยกันดีถึงคุณภาพและความไว้วางใจเชื่อถือได้ ซึ่งติดตั้งอยู่ในคอลเลกชั่นเสาหลักอันโด่งดังของทิวดอร์ อย่าง แบล็ค เบย์ (Black Bay) โดยไบรทลิ่งได้นำมาปรับประยุกต์ พร้อมด้วยงานตกแต่งพิเศษในแบบฉบับของตนเอง จึงนับเป็นอีกหนึ่งตัวแทนผลลัพธ์แห่งความร่วมมือครั้งล่าสุดระหว่างสองแบรนด์ ที่ วันนี้ได้แลกเปลี่ยนซึ่งความเชี่ยวชาญในการพัฒนาและผลิตกลไกจักรกลคุณภาพอันเที่ยงตรงแม่นยำร่วมกัน

ในแง่ของฟังก์ชั่น Manufacture Calibre B20 ยังคงเป็นกลไกแสดงเวลาแบบสามเข็มตามต้นตำรับของกลไกฐาน ซึ่งประกอบไปด้วยเข็มชั่วโมง นาที และวินาทีกลาง ด้วยเข็มรูปทรงพิเศษ คือทรงสามเหลี่ยมสำหรับแสดงชั่วโมง และทรงคล้ายขนมเปียกปูนสำหรับแสดงนาที ผสานกับการแสดงวันที่ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา พร้อมความโดดเด่นด้านสมรรถนะทางน้ำกับประสิทธิภาพการกันน้ำได้ลึกถึงระดับ 200 เมตร ภายใต้เอกลักษณ์และคุณสมบัตินาฬิกาดำน้ำของซูเปอร์โอเชียนที่หลายคนจดจำได้ แต่ในรุ่นใหม่นี้มีการปรับปรุงเล็กน้อยในบางรายละเอียด เพื่อให้ทันสมัยและตอบสนองกับความต้องการของนักดำน้ำรุ่นใหม่ได้มากยิ่งขึ้น อาทิ การสร้างรูปของขอบตัวเรือนสเตนเลสสตีลขึ้นมาใหม่ ด้วยการบรรจุวงแหวนไฮเทคเซรามิกแข็งแกร่งพิเศษที่สามารถกันรอยขีดข่วนและกันแรงกระแทกได้อย่างสูงสุด รวมถึงขจัดวงแหวนโลหะซึ่งรายล้อมรอบสเกลนาทีออก ทำให้ขอบตัวเรือนดูเหมือนเป็นชิ้นเดียวกันกับหน้าปัดด้วยโทนสีเดียวกัน ขณะที่หน้าปัดยังคงความเรียบสะอาดตาตามคุณสมบัติหลักของนาฬิกาดำน้ำที่จำเป็นต้องสามารถมองเห็นและอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจนสูงสุด บรรจุด้วยเครื่องหมายบอกชั่วโมงทรงกรวยที่นับเป็นอีกหนึ่งคุณลักษณะเด่นของรุ่นดั้งเดิมในปี 1957 โดย ซูเปอร์โอเชียน เฮอริเทจ ทู ยังตีความใหม่สู่ตัวเรือนสองขนาด ระหว่าง 42.0 มิลลิเมตร และ 46.0 มิลลิเมตร มีให้เลือกในโทนสีดำ น้ำเงิน และบรอนซ์ และนอกเหนือจากสายหนัง สายหนังจระเข้ หรือสายยางแล้ว ทุกรุ่นยังสามารถเลือกประกอบเข้ากับสายสร้อยข้อมือแบบถักทอทำจากสเตนเลสสตีลซึ่งสะท้อนถึงรุ่นต้นตำนานของปี 1957 ได้อีกด้วย

 

รู้หรือไม่

ไบรทลิ่ง เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโครโนกราฟ และครองบทบาทหลักในการพัฒนาด้านเทคนิคจักรกลเรือนเวลามาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยเป็นผู้คิดค้นปุ่มกดอิสระแยกกันสองปุ่ม สำหรับควบคุมการทำงานของจักรกลโครโนกราฟได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นผู้ประดิษฐ์และเปิดตัวนาฬิกาโครโนกราฟขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติเป็นครั้งแรกขึ้นในปี 1969 ด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะ บวกกับความทุ่มเทจึงนำมาสู่การก่อตั้งโรงงานการผลิตอันทันสมัยที่มีชื่อ ไบรทลิ่ง โครโนเมทรี (Breitling Chronométrie) ทำให้แบรนด์สามารถพัฒนา ผลิต และครอบครองกลไกจักรกลของตนเองมากมาย โดยมีหัวใจหลักเดียวกันคือคุณภาพและความเที่ยงตรงสูงสุดระดับโครโนมิเตอร์ ผ่านการรับรองอย่างเป็นทางการโดยประกาศนียบัตร COSC ซึ่งแต่ละกลไกจะต้องผ่านการทดสอบอันเข้มงวดตลอด 15 วันและ 15 คืนติดต่อกัน โดยเป็นการทดสอบในห้าตำแหน่ง และภายใต้สามช่วงอุณหภูมิแตกต่างกัน คือ 23, 38 และ 8 องศาเซลเซียส สำหรับกลไกที่ผ่านเกณฑ์ประกาศนียบัตรนี้จะต้องมีอัตราความแปรผันต่อวันที่ยอมรับได้น้อยกว่า -4/+6 วินาที หรือเท่ากับระดับความเที่ยงตรงที่ 99.99% ซึ่งมีนาฬิกาและกลไกที่ผลิตขึ้นในสวิตเซอร์แลนด์สามารถผ่านประกาศนียบัตรโครโนมิเตอร์นี้ได้แค่ราวๆ เพียง 5% เท่านั้น

GM Multimedia Group PLC.
GMW © 2017