1.91K
คนดูทั้งหมด
THE UNCOMMON ALLIANCES
Update : Jun 09, 2017

THE UNCOMMON ALLIANCES 

กระแสการ 'จับมือ' ระหว่างพันธมิตรต่างโลก ต่างวิถีแห่งการสร้างสรรค์ ได้นำทางมาสู่การประดิษฐ์คิดค้นผลงานอันแปลกตา เปี่ยมด้วยนวัตกรรม และแสนบรรเจิดในแนวคิด ที่วันนี้เกิดขึ้นเช่นเดียวกันกับโลกแห่งการสร้างสรรค์เครื่องบอกเวลา โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับเหล่าพันธมิตรต่างเส้นทาง ที่ไม่เพียงเป็นการหล่อหลอมซึ่งความเชี่ยวชาญ แต่เมื่อพวกเขา 'จับมือ' กัน กลับสร้างไว้ซึ่งปรากฏการณ์อันน่าทึ่งครั้งใหม่ให้กับโลกเรือนเวลาได้อย่างน่าชมไม่น้อยเลยทีเดียว

HUBLOT Classic Fusion Chronograph Berluti 

หลังการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 2016 ของ คลาสสิก ฟิวชั่น เบอร์ลูติ (Classic Fusion Berluti) ที่เป็นผลิตผลจากการจับมือร่วมกันทำงานระหว่าง อูโบลท์ (Hublot) และเบอร์ลูติ (Berluti) แบรนด์เครื่องหนังสุภาพบุรุษชื่อดังจากปารีส ปีนี้ทั้งคู่ยัง 'จับมือ' กันอีกครั้ง เพื่อรังสรรค์นาฬิการุ่นล่าสุดในเวอร์ชั่นโครโนกราฟของ คลาสสิก ฟิวชั่น โครโนกราฟ เบอร์ลูติ (Classic Fusion Chronograph Berluti) โดยยังคงผสมผสานสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของทั้งคู่ พร้อมเสน่ห์ของหนังเวนีเซีย (Venezia) ชื่อดังของเบอร์ลูติ ซึ่งนำมาใช้ประดิษฐ์ทั้งสายและหน้าปัดของนาฬิกา จากการพัฒนาขึ้นพิเศษโดย โอลกา เบอร์ลูติ (Olga Berluti) ทายาทของนักออกแบบชาวอิตาเลียน อเลสซานโดร เบอร์ลูติ (Alessandro Berluti) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ซึ่งต้องอาศัยเทคนิคเฉพาะในการฟอกหนัง และผ่านกระบวนการอันซับซ้อนมากมาย เพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้หนังชนิดนี้เข้ากับนาฬิกาได้ เช่น การขจัดความชื้นทั้งหมดออกจากหนัง ก่อนที่จะผนึกแผ่นหนังเหล่านั้นลงบนหน้าปัด ภายใต้การปกป้องของกระจกคริสตัลแซพไฟร์ สำหรับรุ่นนี้ยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยากมากยิ่งขึ้น ด้วยเพราะต้องบรรจุด้วยหน้าปัดย่อยสองวง ตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกา สำหรับแสดงผลการจับเวลาและแสดงวินาที โดยเป็นการเจาะทะลุแผ่นหนังอย่างแม่นยำและประณีตสูงด้วยฝีมือของช่างผู้ชำนาญ ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นความเรียบและกลมกลืนของหน้าปัดสองเวอร์ชั่นให้เลือกระหว่างสีน้ำตาล ในรุ่น Scritto King Gold และสีดำในรุ่นScritto All Black ในตัวเรือนขนาด 45.0 มิลลิเมตร พร้อมด้วยสายหนังสีเดียวกัน โดยแต่ละรุ่นจะผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 250 เรือนเท่านั้น พร้อมส่งมอบมากับกล่องหนัง เบอร์ลูติ ที่ภายในประกอบไปด้วยชุดดูแลเครื่องหนังครบเซ็ต วันนี้ หนุ่มๆ จึงสามารถเลือกแต่งตัวด้วยหนังเบอร์ลูติได้ตั้งแต่ข้อมือจดปลายเท้า

 

RICHARD MILLE RM 50-03 McLaren F1 

ฮอตสุดๆ กับการ 'จับมือ' กันระหว่างคู่ของ ริชาร์ด มิลล์ (Richard Mille) และแมคลาเรน (McLaren) บริษัทผลิตรถสปอร์ตชื่อดังจากอังกฤษ พร้อมด้วยทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ (University of Manchester) ที่ร่วมกันวิจัยและพัฒนานวัตกรรมวัสดุตัวเรือนสุดล้ำยุคครั้งใหม่ให้กับโลกเรือนเวลา โดยผลลัพธ์ที่ได้คือวัสดุที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างไทเทเนียม คาร์บอน TPT™ (thin-ply technology) และGraph TPT™ หรือที่รู้จักกันดีว่า กราฟีน (graphene) ซึ่งนำมาใช้เป็นครั้งแรกในโลกการประดิษฐ์นาฬิกา โดยมีคุณสมบัติของความมีน้ำหนักเบา ซึ่งเบากว่าสตีลถึงหกเท่า และแข็งแกร่งกว่าสตีลถึง 200 เท่า วัสดุสุดล้ำสมัยนี้ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกพร้อมกับรุ่น อาร์เอ็ม 50-03 แมคลาเรน เอฟ1 (RM 50-03 McLaren F1) นาฬิกาจักรกลโครโนกราฟที่สามารถครองสถิติความมีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยน้ำหนักที่น้อยกว่า 40 กรัม! เรียกได้ว่าเบาหวิวจนคุณแทบไม่รู้สึกเวลาใส่บนข้อมือ แต่ยังคงสัมผัสได้แน่ๆ ถึงจิตวิญญาณความสปอร์ตและความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสุดล้ำยุคของทั้งคู่ ที่อัดแน่นอยู่ในแทบทุกอณูของตัวเรือนทรงตอนโน ภายในติดตั้งด้วยกลไกสลับซับซ้อน ประกอบด้วยฟังก์ชั่นจับเวลาโครโนกราฟสปลิท-เซ็คกั้นด์ ตูร์บิญอง เช่นเดียวกับการแสดงข้างขึ้นข้างแรม และเซ็นเซอร์แสดงกำลังบิดของสปริง ตำแหน่ง 12นาฬิกา แต่มีน้ำหนักเบาเพียง 7 กรัม เนื่องจากเป็นการสร้างสรรค์กลไกแบบสเกเลตันและใช้วัสดุที่ล้วนมีน้ำหนักเบาเป็นหลัก เช่น ไทเทเนียม เกรด 5 และคาร์บอน TPT™ ที่นำมาผลิตเป็นแท่นเครื่องและสะพานจักร ขณะที่กรงซึ่งรองรับกลไกทั้งชุดและเชื่อมเข้ากับแถบตัวเรือนยังทำจากคาร์บอน TPT™ เหมือนกับตัวเรือนนั่นเอง และสำหรับผลงานรุ่นสุดล้ำยุคด้วยนวัตกรรมวัสดุนี้จะผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 75 เรือนเท่านั้น

 

TAG HEUER Connected Modular 45

เหล่าเอเจนท์ของสายลับ คิงส์แมน (Kingsman) กำลังจะกลับมาสร้างความตื่นเต้นบนจอเงินอีกครั้ง แต่ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเห็นจะเป็นการ 'จับมือ' กันครั้งใหม่ระหว่างแบรนด์นาฬิกาและบุรุษแห่ง คิงส์แมน เมื่อในตอนล่าสุดของ คิงส์แมน: เดอะ โกลเดน เซอร์เคิล (Kingsman: The Golden Circle) นี้จะไม่มีเพียงแค่ตัวเอกที่เป็นเหล่าสายลับ แต่ยังรวมถึงพระเอกบนข้อมือของพวกเขา ซึ่งก็คือบรรดานาฬิกา แทค ฮอยเออร์ คอนเนคเต็ด (TAG Heuer Connected) และนวัตกรรมสุดล้ำของผลงานรุ่นล่าสุด อย่าง คอนเนคเต็ด โมดูลาร์ 45 (Connected Modular 45) นาฬิกาแบบแยกส่วนประกอบ (modular) รุ่นแรกที่ประทับด้วยตรา Swiss Made ตรงตามประเพณีการประดิษฐ์นาฬิกาดั้งเดิมของสวิส รวมถึงรับประกันถึงการเป็นเรือนเวลาที่ออกแบบ พัฒนา และประกอบขึ้นภายในสวิตเซอร์แลนด์ ต้นกำเนิดของแบรนด์อย่างแท้จริง และด้วยความเป็นนาฬิกาแบบโมดูลหรือแยกส่วน จึงทำให้นาฬิการุ่นนี้สามารถถอดเปลี่ยนได้จากโมดูลเชื่อมต่อหรือคอนเนคเต็ด ไปสู่โมดูลจักรกล ซึ่งเลือกได้อีกเช่นกันระหว่างจักรกลแสดงเวลาแบบสามเข็มเรียบง่าย หรือจักรกลโครโนกราฟคู่ตูร์บิญองใน Calibre Heuer 02-T เที่ยงตรงสูงระดับโครโนมิเตอร์ ผ่านประกาศนียบัตรรับรองโดย COSC ภายใต้งานออกแบบซึ่งยังคงความสปอร์ตหรู โดยเป็นการทำงานร่วมกับ อินเทล (Intel) ในการพัฒนาคุณสมบัติและระบบปฏิบัติการสำคัญๆ ภายในนาฬิการุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็น ระบบGPS, เซ็นเซอร์ NFC สำหรับการชำระเงินต่างๆ เช่นเดียวกับหน้าจอ AMOLED ความละเอียดสูงที่สามารถเลือกหน้าปัดนาฬิกาได้ถึง 30 แบบตามความชื่นชอบของแต่ละคน พร้อมด้วยความล้ำสมัยของ Android Wear 2.0 ของ Google และแอพพลิเคชั่นใหม่ อย่าง TAG Heuer Companion ที่ช่วยพัฒนาประสิทธิภาพการใช้งานของซอฟต์แวร์ และให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับผู้คนและข้อมูลได้อย่างไม่จำกัด ภายใต้ความหรูของตัวเรือน รวมถึงองค์ประกอบอื่นๆ ของนาฬิกาที่สามารถเลือกและเปลี่ยนสลับได้ถึง 56 แบบจากวัสดุไทเทเนียม เซรามิก และทองชมพูสีกุหลาบ

 

ZENITH Chronomaster El Primero Range Rover Velar Special Edition 

ในงานเจนีวา อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ 2017 (2017 Geneva International Motro Show) มีสองแบรนด์พันธมิตรต่างสายพันธุ์ที่ประกาศการ 'จับมือ' เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมและความล้ำสมัยล่าสุดของนาฬิกาข้อมือ พร้อมกับเผยโฉมผลงานรุ่นพิเศษนี้ ภายใต้ชื่อ โครโนมาสเตอร์ เอล พริเมโร เรนจ์ โรเวอร์ เวลาร์ สเปเชียล เอดิชั่น (Chronomaster El Primero Range Rover Velar Special Edition) ด้วยความโดดเด่นของหน้าปัดสีเทาขัดด้านสุดหรูใหม่ ตกแต่งรายละเอียดโทนสีทองแดง ภายใต้ตัวเรือน 42.0 มิลลิเมตร ทำจากนวัตกรรมวัสดุเซราไมซ์อะลูมิเนียม ขณะที่ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกความถี่สูง 36,000 ครั้ง/ชั่วโมงของ Calibre El Primero 400B อันทรงพลัง พร้อมมอบการสำรองพลังงานได้นานอย่างน้อย 50 ชั่วโมง ประกอบด้วยฟังก์ชั่นจับเวลาโครโนกราฟแม่นยำ แสดงผลการจับเวลาบนหน้าปัดย่อย พร้อมแสดงวินาทีบนหน้าปัดเล็ก ควบคู่กับการแสดงวันที่ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา และรายล้อมด้วยสเกลทาคีมิเตอร์สำหรับคำนวณวัดความเร็วบนหน้าปัด ผสานความสปอร์ตหรูด้วยสายยางสีดำใหม่ หุ้มด้วยหนังวัวเจาะรูโทนสีดำ และตัวพับล็อคทำจากไทเทเนียมเคลือบ DLC สีดำ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากแนวคิดการสร้างสรรค์งานออกแบบและงานด้านวิศวกรรมของทั้งคู่นำมาหล่อหลอมเข้าด้วยกันและตีความใหม่ โดยมีหัวใจหลักของการพัฒนาร่วมกันครั้งนี้อยู่ที่การสะท้อนถึงมรดกและชื่อเสียงแห่งความน่าเชื่อถืออันเข้มแข็งของทั้งสองตำนาน อย่าง เซนิธ (Zenith) และเรนจ์ โรเวอร์ (Range Rover) รถหรูของค่ายรถชื่อดัง แลนด์ โรเวอร์ (Land Rover)

 

RADO True Phospo 

ผลลัพธ์จากการ 'จับมือ' กันของนาฬิกา ราโด (Rado) และสตูดิโอออกแบบชื่อดังของสวิส อย่าง บิ๊ก-เกม (Big-Game) ที่ฝากผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ผู้คนต่างคุ้นเคยและคว้ารางวัลด้านการออกแบบจากเวทีใหญ่ระดับโลกมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Swiss Design Award, iF design award และ Good Design Award เป็นต้น โดยการจับมือครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนทั้งแนวคิดและจินตนาการแห่งการสร้างสรรค์การออกแบบ อันเปี่ยมด้วยพลังและสไตล์พิเศษเฉพาะหนึ่งเดียว บนพื้นฐานปรัชญาด้านการออกแบบที่มีร่วมกันของทั้งสองแบรนด์ นั่นคือ ความเรียบง่าย สวยงาม และเปี่ยมด้วยนวัตกรรมสร้างสรรค์ สำหรับรุ่นพิเศษผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 1003 เรือน มีจำหน่ายเพียง 1000 เรือน โดยสามเรือนที่เหลือจะมอบให้กับนักออกแบบสามคนของ บิ๊ก เกม ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ครั้งนี้ ถ่ายทอดความโดดเด่นด้วยตัวเรือนไฮเทคเซรามิกสีดำด้าน ขนาด 40.0 มิลลิเมตร คู่กับสายสร้อยข้อมือไฮเทคเซรามิกสีเดียวกัน รับกับหน้าปัดทองเหลืองสีดำเจาะรู เผยให้เห็นการขับเคลื่อนของกลไกอัตโนมัติภายใน ซึ่งมอบการสำรองพลังงานได้นาน 80 ชั่วโมง นับเป็นการตีความใหม่ให้กับนาฬิกาสเกเลตันตามประเพณีด้วยรูปลักษณ์และหน้าตาที่ทันสมัยยิ่งขึ้น บนหน้าปัดยังบรรจุเครื่องหมายบอกเวลาเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา รับกับเข็มชี้เรืองแสง เช่นเดียวกับจุดเด่นสะดุดตาของจุดเรืองแสงรวมตัวกันเป็นรูปสามเหลี่ยม ตำแหน่ง 12 และ 6 นาฬิกา สร้างสรรค์เป็นมิติลวดลายขององค์ประกอบรูปทรงเรขาคณิต ที่สะท้อนถึงสไตล์และความตั้งใจในการออกแบบเรือนเวลาให้มีความเรียบน้อย แต่สมดุลสวยงาม เป็นการออกแบบด้วยบุคลิกอันโดดเด่นจากการตัดและผสมผสานกันของวัสดุ เช่นเดียวกับเพื่อการใช้งานอย่างแท้จริง


GM Multimedia Group PLC.
GMW © 2017