1.81K
คนดูทั้งหมด
TUDOR IT'S BORN TO DARE
Update : Jun 12, 2017

TUDOR  

BORN TO DARE 

ความกล้าหาญของ ทิวดอร์ (TUDOR) คือจิตวิญญาณแห่งความกล้าที่จะก้าวไปสู่การพัฒนาและสร้างสรรค์ซึ่งสมรรถนะอันเหนือล้ำครั้งใหม่ของเหล่าเรือนเวลาจักรกล ภายใต้ปรัชญาอันแน่วแน่ซึ่งหล่อหลอมระหว่างสไตล์อันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ความไว้วางใจเชื่อถือได้ที่ผ่านหลากหลายบทพิสูจน์มาแล้ว และด้วยคุณภาพที่สร้างตำนานแห่งความเชื่อมั่นมาอย่างยาวนานกว่า 90 ปี ในวันนี้ ทิวดอร์ กำลังก้าวไปสู่การสร้างสรรค์ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับความอาจหาญของตนอีกครั้ง

 

BORN FOR A PURPOSE 

ทิวดอร์ ประกาศเปิดตัวต้อนรับปี 2017 อย่างอาจหาญ ด้วยหนึ่งขุนพลของเหล่าทัพคอลเลกชันเรือนเวลาอันเลื่องชื่อของ ทิวดอร์ อย่าง เฮอริเทจ แบล็ค เบย์ (Heritage Black Bay) ซึ่งวันนี้ได้ต้อนรับทายาทรุ่นล่าสุดใน เฮอริเทจ แบล็ค เบย์ โครโน (Heritage Black Bay Chrono) นาฬิกาโครโนกราฟขับเคลื่อนด้วย Manufacture Calibre MT5813 กลไกอัตโนมัติโครโนกราฟชุดแรกที่ผลิตขึ้นภายในโรงงานของตนเอง โดยพัฒนาจากกลไกโครโนกราฟชื่อดัง Calibre Breitling 01ติดตั้งด้วยคอลัมน์วีลและคลัทช์ในแนวตั้ง พร้อมอุปกรณ์ควบคุมความเที่ยงตรงสูงที่พัฒนาโดย ทิวดอร์ และงานตกแต่งพิเศษอันประณีต สมทบด้วยการสำรองพลังงานได้นาน 70 ชั่วโมง และความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์ รับรองโดย COSC 

นับตั้งแต่การเปิดตัวในปี 1970 ของ ปรินซ์ ออยสเตอร์เดท โครโนกราฟ (Prince Oysterdate Chronograph) นาฬิกาโครโนกราฟรุ่นแรก ทิวดอร์ ยังคงเดินหน้าผลิตเรือนเวลาที่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับโลกมอเตอร์สปอร์ต เช่นเดียวกับการพัฒนานาฬิกาดำน้ำสำหรับมืออาชีพ ซึ่งนั่นได้นำทางมาสู่การผสมผสานระหว่างคุณสมบัติอันเป็นหัวใจหลักของทั้งสองตำนานไว้ภายในทายาทเรือนเวลารุ่นใหม่ของวันนี้ อย่าง เฮอริเทจ แบล็ค เบย์ โครโน ตัวแทนแห่งความกล้าหาญ และอุทิศให้กับเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ แบล็ค เบย์ ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น ตัวเรือนสตีล ขนาด 41.0 มิลลิเมตร ติดตั้งด้วยปุ่มกดที่ได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกาโครโนกราฟเจเนอเรชั่นแรกของแบรนด์ ผสานกับขอบตัวเรือนทำจากสตีลขัดด้าน แกะสลักด้วยสเกลทาคีมิเตอร์ คู่หน้าปัดสีดำด้านโค้งนูน ซึ่งตัดกับหน้าปัดย่อยแสดงผลการจับเวลา 45 นาที และแสดงวินาทีเล็กแบบเจาะพื้นลงเล็กน้อย พร้อมด้วยช่องหน้าต่างแสดงวันที่ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา เพื่อมอบการอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจน ประกอบคู่ความโดดเด่นของสายที่เลือกได้ระหว่างสายสร้อยข้อมือสตีลยึดด้วยหมุด ที่ได้ต้นแบบมาจากสายนาฬิกา ทิวดอร์ ยุค 1950s และ 1960s กับเอกลักษณ์ของหัวหมุดที่เรียงรายอยู่บนด้านข้างของสาย หรือจะเลือกประกอบคู่กับสายหนังสีน้ำตาลเข้ม และสายผ้าทอ อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของคอลเลกชั่น เฮอริเทจ และทิวดอร์ยังถือเป็นนาฬิกาแบรนด์แรกๆ ที่เปิดตัวสายผ้าทอชนิดนี้ โดยใช้เทคนิค แจ๊คการ์ด (Jacquard) อันเก่าแก่มาสร้างสรรค์เป็นสายผ้าทอคุณภาพสูงซึ่งมอบทั้งความทนทานและความสะดวกสบายเมื่อสวมใส่บนข้อมือ โดย เฮอริเทจ แบล็ค เบย์ โครโน ทุกเรือนของวันนี้จะมาพร้อมสายผ้าทอสำรองสไตล์ยีนส์สีน้ำเงินเข้มอีกหนึ่งเส้นด้วยเสมอ

Heritage Black Bay Chrono

 

PUSH THE NEW BOUNDARIES 

อีกหนึ่งความกล้าหาญที่เปรียบเสมือนแรงผลักดันไปสู่การค้นพบซึ่งพรมแดนใหม่ๆ แห่งการสร้างสรรค์ของ ทิวดอร์ ได้ถ่ายทอดผ่านคอลเลกชั่นนาฬิกาดำน้ำแห่งตำนานที่วันนี้ยังได้ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีแห่งการสร้างสรรค์นาฬิกาดำน้ำเป็นครั้งแรกของแบรนด์ ด้วยความสมบูรณ์แบบของทายาทนาฬิการุ่นใหม่สองรุ่นแห่ง เฮอริเทจ แบล็ค เบย์ กับบุคลิกที่แตกต่างและงานฝีมืออันโดดเด่น 

โดยรุ่นแรกปรากฏโฉมในสไตล์สปอร์ตทูโทนอันร่วมสมัย ภายใต้ชื่อ เฮอริเทจ แบล็ค เบย์ เอสแอนด์จี (Heritage Black Bay S&G) ซึ่งมาพร้อมตัวเรือนเวอร์ชั่นใหม่ จากการผสมผสานระหว่างสตีลและทอง อันเป็นที่มาของชื่อ 'S&G' ที่หมายถึง 'Steel & Gold' และติดตั้งด้วย Manufacture Calibre MT5612 กลไกอัตโนมัติสมรรถนะสูง ด้วยความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์ รับรองโดย COSC และมอบพลังงานสำรองได้นาน 70 ชั่วโมง รวมถึงยังนับเป็นครั้งแรกกับการเปิดตัวคู่กับฟังก์ชั่นแสดงวันที่สำหรับครอบครัวนาฬิกา แบล็ค เบย์ อีกด้วย ภายใต้สัดส่วนและเส้นสายที่คุ้นเคยอย่างดีของ แบล็ค เบย์ ยังผสานลงตัวด้วยขอบตัวเรือนปรับหมุนได้ และเม็ดมะยมไขลานซึ่งทำจากทองเช่นกัน ขณะที่สายสร้อยข้อมือสตีลแบบหมุด ตกแต่งด้วยข้อเชื่อมกลางทำจากทอง มอบสัมผัสแห่งความสง่างามครั้งใหม่ให้กับนาฬิกาดำน้ำ หรือจะเลือกจับคู่ด้วยสายหนังสีน้ำตาล และสายผ้าทอสีน้ำตาลอีกหนึ่งเส้นที่ส่งมอบมาพร้อมกับนาฬิกา และกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่อยู่เคียงคู่กับคอลเลกชั่น ทิวดอร์ เฮอริเทจ เสมอ

Heritage Black Bay S&G

 

ถ่ายทอดบุคลิกอีกด้านที่แตกต่างไปจากรุ่นแรกอย่างสิ้นเชิง กับเวอร์ชั่นสตีลทั้งเรือนของ เฮอริเทจ แบล็ค เบย์ สตีล (Heritage Black Bay Steel) อีกหนึ่งรุ่นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีตำนานนาฬิกาดำน้ำแห่ง ทิวดอร์ ครบถ้วนด้วยคุณสมบัติแห่งการเป็นนาฬิกาดำน้ำขนานแท้ ที่มอบการอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจนสูงสุด แต่ยังคงความเข้มแข็งของเส้นสายและสัดส่วนตัวเรือน ที่ครั้งนี้เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นจากสตีลทั้งหมด และผสานด้วยขอบตัวเรือนสตีลขัดด้าน บรรจุด้วยสเกล 60 นาทีคู่กับเครื่องหมายขีดสีดำ บรรจุภายในไว้ด้วยสมรรถนะของกลไกอัตโนมัติผลิตภายในโรงงานของตนเอง Manufacture Calibre MT5612ที่ไม่เพียงรักษามาตรฐานแห่งความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์ รับรองโดย COSC แต่ยังมอบความสะดวกสบายในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ด้วยการสำรองพลังงานได้นาน 70 ชั่วโมง หรือเกือบสามวัน พร้อมประสิทธิภาพของการกันน้ำได้ลึกถึง 200 เมตร และเช่นกันที่รุ่นนี้มาพร้อมทางเลือกของสายสตีลแบบหมุดอันโด่งดัง หรือสายหนังสีดำ และสายผ้าทอสำรองอีกหนึ่งเส้นในโทนสีเขียวกากี สะท้อนทั้งสไตล์วินเทจและจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Heritage Black Bay Steel 

 

DEVOTED TO THE CLASSIC

ทิวดอร์ ให้ความสำคัญกับมรดกในอดีต ด้วยการสืบทอดและนำมาปรับประยุกต์ใช้ในการพัฒนาความโดดเด่นของเหล่าผลงานสร้างสรรค์ในวันนี้เสมอ โดยเฉพาะการสร้างสรรค์ซึ่งสไตล์อันคลาสสิกและเป็นเอกลักษณ์ที่ดำรงอยู่ได้อย่างยาวนาน แม้ผ่านกาลเวลามาแล้วหลากยุคหลายสมัย 

สำหรับปีนี้ ทิวดอร์ ยังได้ถอดรหัสแห่งความสวยงามและความคลาสสิกสู่นาฬิกาสองรุ่นใหม่ที่เข้ามาเสริมทัพความสมบูรณ์แบบให้กับเหล่านาฬิกาสมรรถนะสูงของแบรนด์ โดยรุ่นแรกเป็นการตีความใหม่ให้กับนาฬิกาสุดคลาสสิก อย่าง เฮอริเทจ แบล็ค เบย์ 41 (Heritage Black Bay 41) ภายใต้องค์ประกอบของตัวเรือน 41.0 มิลลิเมตร ที่คงเอกลักษณ์ของ เฮอริเทจ แบล็ค เบย์ เอาไว้ แต่ปรับในรายละเอียดเล็กน้อย เช่น ชิ้นส่วนตัวเรือนกลางที่บางลง และผสานด้วยขอบตัวเรือนทำจากสตีลขัดเงา เพื่อให้รับไปกับความเรียบแบนของกระจกหน้าปัดคริสตัลแซพไฟร์ ที่แตกต่างไปจากรุ่นอื่นๆ ของคอลเลกชั่นซึ่งติดตั้งด้วยกระจกคริสตัลแซพไฟร์แบบโค้งนูน เพื่อมอบสัมผัสของความคลาสสิก แต่ยังคงไว้ซึ่งความสปอร์ตในเวลาเดียวกัน โดยมาคู่กับหน้าปัดซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาดำน้ำยุค 1950s ตกแต่งด้วยงานแล็คเกอร์สีดำ บรรจุด้วยเข็มชี้ทรงสามเหลี่ยม หรือที่รู้จักกันดีในบรรดานักสะสมว่าทรง 'สโนว์เฟลค' (snowflake) รวมถึงเม็ดมะยมขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ของนาฬิกาดำน้ำยุคแรกๆ ของ ทิวดอร์ มอบความมั่นใจได้ถึงการกันน้ำได้ลึกระดับ 150 เมตร มาพร้อมทางเลือกของสายสตีล หรือสายหนังสีน้ำตาล และสายสำรองทำจากผ้าทอลายพราง หรือคามูฟลาจ 

Heritage Black Bay 41

 

นอกเหนือจากความคลาสสิกสำหรับเอกบุรุษแล้ว ทิวดอร์ ยังย้อนรอยสู่ความสำเร็จของคอลเลกชั่นเรือนเวลาสำหรับสุภาพสตรีในอดีต ที่นำกลับมารังสรรค์ใหม่อีกครั้งสำหรับปี 2017 ภายใต้ชื่อ แคลร์ เดอ โรส (Clair de Rose) ตัวแทนความงดงามและความประณีตด้วยงานตกแต่งสุดพิถีพิถัน สะท้อนถึงมรดกแห่งความสวยงามที่ผสานกับความนุ่มนวลของผู้หญิง ผ่านตัวเรือนทรงโค้ง รับกับชิ้นส่วนตัวเรือนกลาง และเม็ดมะยมซึ่งประดับด้วยคาโบชองสปิเนลสีน้ำเงินทรงโค้งเช่นกัน โดยสามารถเลือกได้จากตัวเรือนสามขนาด ได้แก่ 26.0, 30.0 และ 34.0 มิลลิเมตร กับหกสไตล์การออกแบบและการตกแต่งของหน้าปัดสีเงินโอปอล รายล้อมด้วยตัวเลขโรมันแล็คเกอร์สีน้ำเงิน หรือประดับด้วยเพชรแทนตำแหน่งบอกชั่วโมง และสายที่เลือกได้ระหว่างการประกอบสายสร้อยข้อมือสตีล ตกแต่งข้อเชื่อมสายทรงเมล็ดข้าว (rice grain) ขนาดเล็ก เพื่อเพิ่มสัมผัสแห่งความนุ่มนวลและเงาวาว หรือสายหนังจระเข้สีดำมอบความสง่างามเหนือกาลเวลา และสายผ้าทอด้วยเทคนิคแจ๊คการ์ดอันประณีต ตามต้นตำรับของ ทิวดอร์

Clair De Rose 

 

TAKE THE CHALLENGES 

ก้าวออกจากกรอบ และพร้อมเผชิญหน้าสู่ความท้าทายใหม่ๆ เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่ ทิวดอร์ เลือกเดินหน้าเพื่อสร้างสรรค์ซึ่งพัฒนาการและการบุกเบิกด้านนวัตกรรมให้กับเรือนเวลาสมรรถนะสูงของตนเสมอ ผลิตผลจากความมุ่งมั่นนี้ยังรวมไปถึงการเผยโฉมของ เฮอริเทจ แบล็ค เบย์ บรอนซ์ (Heritage Black Bay Bronze) นาฬิกาดำน้ำขนาด 43.0 มิลลิเมตร ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากประวัติศาสตร์การสร้างสรรค์ของแบรนด์ และติดตั้งด้วยกลไกจักรกลซึ่งพัฒนา ผลิต และประกอบขึ้นโดยทิวดอร์ ภายใต้ความโดดเด่นของตัวเรือนทำจากโลหะผสมอลูมิเนียมบรอนซ์ นวัตกรรมวัสดุที่สะท้อนถึงต้นตำนานการเป็นนาฬิกาดำน้ำ เปี่ยมด้วยสมรรถนะแห่งความทนทาน และสีจะเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นไปตามกาลเวลา กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะหนึ่งเดียวของวัสดุชนิดนี้ 

Heritage Black Bay Bronze

 

เช่นเดียวกับความท้าทายสูงสุดกับการเปิดตัวเป็นครั้งแรกของนาฬิกาดำน้ำเวอร์ชั่นถนัดซ้าย ภายในรุ่น เพลากอส แอลเอชดี (PELAGOS LHD) ด้วยชื่อ 'LHD' ที่ได้มาจากคำว่า 'Left Hand Drive' ตามต้นตำรับของการสร้างสรรค์นาฬิกาสำหรับคนถนัดซ้ายที่แบรนด์เคยประดิษฐ์คิดค้นขึ้นในยุค 1970s ตามคำสั่งซื้อของกองทัพเรือฝรั่งเศส (French Navy) โดยรุ่นนี้ได้ย้ายเม็ดมะยมไขลานมาอยู่ทางด้านซ้ายของตัวเรือน เพื่อให้เหล่านักประดาน้ำสามารถใส่นาฬิกาไว้บนข้อมือขวา และยังคงใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วในทุกๆ สถานการณ์ พร้อมพลังการขับเคลื่อนของ Manufacture Calibre MT5612-LHD กลไกปรับประยุกต์ใหม่ จากฐานของManufacture Calibre MT5612 กลไกจักรกลชุดแรกที่ผลิตขึ้นภายในโรงงานของ ทิวดอร์ เอง

PELAGOS LHD

 

TUDOR X THE DARING INFLUENCERS 

ด้วยความสามารถ ความสำเร็จ และความกล้าที่เป็นจิตวิญญาณเดียวกันกับ ทิวดอร์ ภายใต้แคมเปญ "Born To Dare" ล่าสุดแบรนด์นาฬิกาผู้แข็งแกร่งรายนี้ก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการเปิดตัวเหล่าแบรนด์แอมบาสซาเดอร์กลุ่มใหม่ ทั้ง เดวิด เบ็คแฮม (David Beckham) หนึ่งในนักฟุตบอลที่ได้รับการชื่นชมสูงสุดและประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาล และทีมรักบี้ ออล แบล็ค (All Blacks) อันโด่งดัง รวมถึงผู้เล่นฝีมือโดดเด่นของทีม อย่าง โบเดน บาร์เรตต์ (Beauden Barrett) ซึ่งทั้งหมดได้ร่วมสวมใส่นาฬิกาข้อมือที่มีคุณสมบัติและสมรรถนะแตกต่างกันของ ทิวดอร์ แฟนๆ ต้องคอยจับตากันให้ดีว่าพวกเขาใส่นาฬิการุ่นไหนมาอวดโฉมกันบ้างแล้วครับ 

TUDOR x David Beckham 

TUDOR x All Blacks 

TUDOR x Beauden Barrett

GM Multimedia Group PLC.
GMW © 2017